posted on 31 Mar 2012 17:13 by poloplow
ผมเคยเรียนเรื่องเกี่ยวกับคน จิตใจคนมาเยอะ และเขียนทุกเดือนไม่ได้หยุด
แต่พอถึงคราวที่เราจะกะเกณฑ์หัวใจคนจริงๆ ผมกลับเก็งผิดพลาดไปมากมาย
ทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมด
เพื่อนที่คิดว่าจะดีกับเรา แต่เอาเข้าจริงก็มองเรา แค่คนที่ได้ดีกว่าไม่ได้
เพื่อนที่เราไม่คาดหวังอะไร กลับมีให้เราคาดหวังเยอะแยะ
เคยคิดว่าจะจริงใจกับเพื่อนให้ได้เท่าๆ กัน แม้จะไม่ได้สนิทด้วยทุกคน หรือไม่สนิทกับใครเลย
แต่ก็ได้เห็นว่า ใจคนมันเป็นแบบนี้เอง
ผมไม่เคยคิดว่า เราจะต้องเชื่อตัวเองถึงขนาดไม่เชื่อใคร เราต้องใช้การตัดสินใจของตัวเองและผู้อื่นประกอบกัน
เพื่อหาทางเลือกที่ดีที่สุด
ผมไม่อยากให้วันหนึ่ง ตัวเองกลายเป็นเครื่องจักรที่มีแต่เหตุผล และสร้างสรรค์งาน
โดยจมอยู่ในโลก ที่ตัวเองมีหัวใจแต่เพียงผู้เดียว
แต่ในเมื่อคนรอบข้างไม่มีหัวใจให้เราเพียงพอ ผมก็ต้องคงสภาพตัวเองให้อยู่ในระดับปกติที่สุด
และยังคิด และสร้างสรรค์งานต่อไปได้
แม้จะไม่คาดหวังกับคนมากขึ้น หรือลดลง แต่พระเจ้าสอนให้ผมไม่เกลียดมนุษย์ รวมถึงไม่เกลียดตัวเอง
และผมก็หวังให้งานเขียนของตัวเอง ได้สร้างสรรค์โลกให้ดีขึ้น แม้ตัวเองก็ไม่ใช่คนดีนักก็ตาม
ปล. อาจจะอ่านไม่รู้เรื่องบ้าง เพราะพิมพ์เสร็จแล้วส่ง ไม่ได้อ่านทวนเลยครับ
posted on 16 Mar 2012 02:57 by poloplow
ในชีวิตของผม ความสำเร็จเป็นสิ่งที่พระเจ้าประทานมาให้หลายครั้ง ทั้งทำได้ดีและทำได้ไม่ดีนัก
แต่ผมสามารถเข้าใจได้ว่า ด้วยสถานภาพชีวิตบางอย่างของตัวเอง ความสำเร็จจำเป็นต้องเกิด
เพื่อเติมเต็มชีวิตให้ยังก้าวหน้าต่อไปได้ ไม่ให้ชีวิตเศร้าจนเกินไป
ขณะเดียวกันก็เป็นการประกาศความรักของพระเป็นเจ้าด้วย ผ่านวิธีการที่ผมถนัดที่สุด(มั้ง)
ก่อนหน้านี้ผมเคยแบกกางเขนอันหนึ่งตามพระองค์ และเมื่อมันถึงจุดหมาย ผ่านพ้นไปด้วยความเงียบเหงา
เหมือนฝังเมล็ดพืชลงใต้ดิน.. เหมือนคนตาย ที่จะไม่พบกับแสงสว่างอีก
แต่ก็บังเกิดต้นไม้ใหญ่สวยงามขึ้นมา ณ ที่ตรงนั้น
ทั้งที่เคยหวังแค่ต้นไม้เล็กๆ พอได้ชื่่นใจ(และไม่เคยคิดว่ามันจะได้เกิดด้วย)
ณ บัดนี้ผมกำลังเดิมพันร่วมกับพระองค์อีกครั้งหนึ่ง แม้กรอบแห่งความแวดล้อมโดยเฉพาะเวลาจะเข้าที่เข้าทาง
ตามที่พระองค์จัดเตรียมไว้ แต่การเดิมพันครั้งนี้ต่างจากครั้งที่แล้วมาก
การเดิมพันครั้งที่แล้วไม่มีอะไรให้เสียนัก และมีโอกาสสำเร็จสูงกว่าครึ่งต่อครึ่ง
แต่คราวนี้สิ่งแลกเปลี่ยนหนักหนากว่ามาก ถ้าพลาดนั่นหมายถึงความล้มเหลวที่ยากจะกู้คืน
แม้นามธรรมที่บังเกิดไม่ได้หายไปไหน แต่ความปวดร้าวที่ตามมาภายหลัง อาจจะยากเกินเยียวยา
แต่ในเมื่อมันมาถึงขั้นนี้แล้ว คงจะต้องสู้ต่อไปให้ถึงที่สุด
แม้การเดิมพันครั้งนี้จะน่ากลัวเหลือเกิน
posted on 27 Nov 2011 02:59 by poloplow
กำลังจะไปเชียงใหม่แล้ว ไปดูงาน + เที่ยว
รถออกตี 5
อยากเป็นคนเดียวที่ไปแล้วไม่กลับมา
ตอนนี้กำลังตามหาบางสิ่งที่หายไป
หรือค้นหาสิ่งที่เกิดมามีชีวิตเพื่อมัน
หรือไม่มีอะไรเลย
ตี 3 4 นาที อาทิตย์ 27 พ.ย. 54